www.คอลลาเจนยี่ห้อไหนดี.com | รู้ลึกเรื่องคอลลาเจนกับผู้เชี่ยวชาญ เปรียบเทียบตรง ประหยัดเวลา ไม่เสียเงินฟรี

เสียงดังในเข่า ปวดข้อ ฝืดตึง – แค่ข้อเข่าเสื่อมหรือสัญญาณของโรคอื่น? เจาะลึกปัญหาข้อเข่า พร้อมแนวทางดูแลแบบองค์รวม

เสียง “กรึ๊บ ๆ” เวลาลุกนั่ง คือเรื่องปกติ… หรือเป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม?

     คุณเคยได้ยินเสียง “ลั่น” หรือ “ดังกรึ๊บ” จากเข่าหรือข้อต่อเวลาขยับร่างกายบ้างไหม? หลายคนอาจไม่ใส่ใจ คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาโดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น หรือใช้ร่างกายหนักในแต่ละวัน แต่รู้หรือไม่ว่า…เสียงเหล่านี้อาจเป็น สัญญาณเบื้องต้นของปัญหาข้อเสื่อม กระดูกอ่อนบาง หรือแม้แต่โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ที่กำลังแฝงตัวอยู่

     ในยุคที่คนวัยทำงานจำนวนมากเริ่มมีอาการข้อฝืด ปวดเข่า หรือลุก-นั่งแล้วรู้สึกติดขัด สิ่งเหล่านี้ไม่ควรถูกมองข้ามว่า “เป็นเรื่องธรรมชาติของวัย” เท่านั้น เพราะหากปล่อยไว้อาจพัฒนาเป็นโรคข้อเสื่อมเรื้อรัง ซึ่งไม่เพียงกระทบการใช้ชีวิต แต่ยังทำให้คุณภาพชีวิตโดยรวมแย่ลงอย่างมาก

     บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกถึงสาเหตุของเสียงในข้อเข่า อาการที่ควรเฝ้าระวัง ความแตกต่างระหว่างข้อเสื่อมและโรคร้ายแรงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมแนวทางดูแลแบบองค์รวมทั้งอาหาร การออกกำลังกาย และการเสริมคอลลาเจนให้ถูกจุด เพื่อให้คุณสามารถฟื้นฟูและป้องกันปัญหาข้อเข่าได้อย่างตรงทางก่อนจะสายเกินไป

เสียงดังในเข่าเกิดจากอะไร? – สัญญาณจากในข้อต่อที่หลายคนไม่รู้

     เสียง “กรึ๊บ” หรือ “ลั่น” ในเข่าหรือข้อเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งไม่ใช่ทุกเสียงจะเป็นอันตราย แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องรู้ว่าเสียงเหล่านั้น เกิดจากอะไร และเมื่อไหร่ควร “เริ่มใส่ใจ”

สาเหตุทั่วไปที่ทำให้เกิดเสียงในข้อ :

  1. การเคลื่อนไหวของเอ็นและเส้นเอ็น (Tendon Movement) :
    ขณะเคลื่อนไหว เส้นเอ็นบางส่วนอาจเคลื่อนผ่านโครงสร้างกระดูกหรือข้อต่อ ทำให้เกิดเสียง “กึก” โดยไม่มีอันตราย
  2. ฟองก๊าซภายในข้อ (Cavitation) :
    ข้อต่อมีของเหลวซินโนเวียลหล่อเลี้ยง เมื่อมีการเคลื่อนไหวแรงดันในข้อจะเปลี่ยน ทำให้ก๊าซในของเหลวรวมตัวกันเกิดเสียงดัง “ป๊อก” หรือ “แป๊ะ” ซึ่งถือเป็นกลไกปกติ
  3. กระดูกอ่อนเสื่อม / ผิวข้อขรุขระ :
    หากเสียงในข้อเกิดพร้อมอาการเจ็บหรือฝืดตึง อาจเกิดจาก กระดูกอ่อนในข้อเสื่อมสภาพ ทำให้ผิวสัมผัสระหว่างข้อต่อไม่เรียบ เกิดแรงเสียดสีจนเกิดเสียง และบางครั้งเสียงจะมาพร้อมกับความรู้สึก “ติด” หรือล็อก
  4. หมอนรองกระดูกเสื่อม หรือหลุดตำแหน่ง :
    ในบางราย เสียงอาจเกิดจากการเสียดสีระหว่างกระดูกกับหมอนรองกระดูกที่บางหรือหลุด ทำให้เกิดเสียงร่วมกับอาการฝืด ล็อก หรือเคลื่อนไหวลำบาก
  5. ข้ออักเสบ (Arthritis) :
    เสียงในข้อร่วมกับอาการปวด บวม แดง หรือร้อนที่ข้อ อาจเป็นสัญญาณของโรคข้ออักเสบ เช่น ข้อเสื่อม (Osteoarthritis) หรือรูมาตอยด์ (Rheumatoid arthritis)

เมื่อไหร่ที่ “เสียงในข้อ” ควรเริ่มน่าเป็นห่วง?

  • มีเสียงดังบ่อยขึ้นทุกวัน
  • เสียงมาพร้อมกับ “อาการเจ็บ” ขณะลุก นั่ง หรือเดิน
  • ข้อเข่าฝืด หรือต้อง “วอร์ม” ก่อนถึงจะขยับได้ดี
  • เคยมีอุบัติเหตุหรือบาดเจ็บมาก่อน
  • มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคข้อเสื่อมหรือรูมาตอยด์

     หากคุณมีอาการข้างต้น การตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ หรือเริ่มต้นดูแลฟื้นฟูข้อเข่าอย่างเหมาะสมตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยชะลอการเสื่อมได้จริง

ข้อเสื่อม vs รูมาตอยด์ vs เอ็นอักเสบ – แยกอาการยังไง?

     เสียงในเข่าหรืออาการปวดข้อไม่จำเป็นต้องมาจาก “ข้อเสื่อม” เพียงอย่างเดียว แต่ยังอาจเป็นผลจากโรคในกลุ่ม “ข้ออักเสบ” หรือแม้แต่ “เอ็นอักเสบเฉพาะจุด” ได้เช่นกัน และที่น่ากังวลคือ ผู้ป่วยหลายคนไม่รู้ว่าตนเองกำลังเป็นโรคข้อชนิดอื่นอยู่ เพราะอาการในระยะแรกมักคล้ายคลึงกันมาก เราจึงรวบรวมวิธีสังเกต และเปรียบเทียบอาการระหว่าง 3 ภาวะหลักที่พบได้บ่อย ได้แก่

     1. ข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis)  เกิดจากการสึกหรอของกระดูกอ่อนที่อยู่ระหว่างข้อเข่า เมื่ออายุมากขึ้น หรือใช้งานเข่าหนักเกินไป

ลักษณะอาการ :

  • ปวดเมื่อขยับหรือใช้งานข้อ
  • ข้อฝืดตอนเช้า แต่จะดีขึ้นหลังเคลื่อนไหวสักพัก
  • มีเสียงกรึ๊บ ๆ เวลางอเข่าหรือยืนขึ้น
  • มักเป็นข้างเดียวก่อน แล้วจึงลามอีกข้างในภายหลัง
  • เข่ามีลักษณะโก่งหรือผิดรูปในระยะท้าย

พบบ่อยใน : ผู้ที่มีอายุมาก, น้ำหนักตัวมาก, หรือใช้ข้อซ้ำ ๆ เช่น นักกีฬา คนงานยกของหนัก

     2. ข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis) เป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง ที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายโจมตีเยื่อบุข้อ ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง

ลักษณะอาการ :

  • ปวด บวม แดง และร้อนบริเวณข้อ
  • อาการฝืดตึงตอนเช้านานกว่า 30 นาที
  • มักเริ่มจากข้อนิ้วมือและข้อนิ้วเท้า ก่อนลามไปข้อใหญ่
  • อาการเกิดพร้อมกันทั้งสองข้าง (สมมาตร)
  • อาจมีไข้ อ่อนเพลีย น้ำหนักลดร่วมด้วย

พบบ่อยใน : ผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย อายุระหว่าง 30–60 ปี และมักมีประวัติครอบครัวเป็นโรคแพ้ภูมิ

     3. เอ็นอักเสบ (Tendinitis) คือการอักเสบของเส้นเอ็นที่ยึดกล้ามเนื้อกับกระดูก มักเกิดจากการใช้งานหนัก ซ้ำ หรือบาดเจ็บเฉียบพลัน

ลักษณะอาการ :

  • ปวดแหลมเฉพาะจุด โดยเฉพาะเวลาเคลื่อนไหวท่าซ้ำ ๆ
  • มักไม่มีอาการบวมแดงชัดเจน
  • ไม่มีเสียงลั่นในข้อเหมือนข้อเสื่อม
  • อาการดีขึ้นเมื่อพัก ลดการใช้งาน

พบบ่อยใน : นักกีฬา คนที่ใช้กล้ามเนื้อซ้ำ ๆ เช่น วิ่ง กระโดด ทำงานก่อสร้าง หรือเล่นกีฬาแรง ๆ

อาการข้อฝืด – แค่เล็กน้อยหรือจุดเริ่มต้นของข้อเสื่อม?

     หลายคนมองข้ามอาการ “ข้อฝืด” ในตอนเช้า หรือเวลาลุกจากที่นั่งนาน ๆ โดยคิดว่าเป็นเรื่องปกติของคนวัยทำงานหรือผู้สูงอายุ แต่ความจริงแล้ว อาการ “ข้อฝืด” คือ หนึ่งในสัญญาณเตือนที่สำคัญของการเริ่มเสื่อมของข้อต่อ โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นซ้ำ ๆ และเป็นบ่อยขึ้นในแต่ละวัน

     ข้อฝืดเกิดจากอะไร?

     ข้อฝืดคือความรู้สึกติดขัด เคลื่อนไหวไม่ลื่นในข้อต่อ โดยเฉพาะหลังจากไม่ได้ขยับเป็นเวลานาน เช่น เมื่อตื่นนอน หรือนั่งทำงานนาน ๆ ซึ่งเกิดจาก:

  • การลดลงของน้ำหล่อเลี้ยงข้อ (Synovial fluid): ทำให้การเคลื่อนไหวฝืดขึ้น
  • กระดูกอ่อนเริ่มบาง: ทำให้ผิวข้อไม่เรียบ สร้างแรงต้านเวลาขยับ
  • เนื้อเยื่อรอบข้ออักเสบ: เช่น เยื่อบุข้อหรือเส้นเอ็นอักเสบเล็กน้อย
  • การแข็งตัวของกล้ามเนื้อรอบข้อ: เมื่อไม่ได้เคลื่อนไหวเป็นเวลานาน

     แบบไหนที่เรียกว่า “ข้อฝืด” ที่ควรเริ่มดูแล?

  • ฝืดตึงมากในตอนเช้า ต้องใช้เวลา “วอร์ม” นานกว่า 10–15 นาที
  • รู้สึกว่าข้อไม่คล่อง เคลื่อนไหวช้ากว่าปกติ
  • มีเสียงลั่นในข้อเวลางอหรือเหยียด
  • รู้สึกตึงตลอดเวลาระหว่างวัน โดยเฉพาะหลังนั่งนานหรืออยู่ในท่าทางเดิม ๆ
  • มีอาการปวดหรือขัดร่วมด้วย แม้เพียงเล็กน้อย

     แม้ว่าในระยะแรกอาการจะดูเบา แต่ถ้าปล่อยไว้นาน จะค่อย ๆ พัฒนาเป็นข้อเข่าเสื่อมที่รุนแรงขึ้น และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น เดินขึ้นลงบันไดลำบาก เดินไกลไม่ได้ นั่งยองไม่ไหว หรือแม้แต่ลุกจากเก้าอี้ก็ลำบาก

      ป้องกันข้อฝืดก่อนจะลุกลาม ควรทำอย่างไร?

  1. ขยับร่างกายทุก ๆ 1–2 ชั่วโมง: โดยเฉพาะคนที่นั่งทำงานนาน ควรลุกเดินเหยียดขาบ้าง
  2. บริหารข้อเข่าเบา ๆ ก่อนลุกนั่ง: เช่น หมุนข้อเข่า ยืดเส้นเอ็น หรือขยับขาเป็นวง
  3. ออกกำลังกายแบบ Low Impact: เช่น ว่ายน้ำ เดินเร็ว ปั่นจักรยาน
  4. เสริมอาหารที่ช่วยบำรุงกระดูกอ่อนและข้อ: โดยเฉพาะคอลลาเจน Type II หรือ UC-II® + แคลเซียม + วิตามินซี
  5. ควบคุมน้ำหนัก: เพราะน้ำหนักตัวมากจะเพิ่มแรงกดลงบนข้อเข่า ทำให้เสื่อมไวขึ้น

     การสังเกตอาการข้อฝืดและเริ่มดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ คือ “หัวใจสำคัญ” ในการป้องกันข้อเสื่อมเรื้อรังที่มักมาแบบเงียบ ๆ โดยไม่มีสัญญาณเตือนชัดเจน จนกระทั่งรุนแรงในภายหลัง

เสียงดังในข้อ…เป็นเพียงกลไกธรรมชาติ หรือสัญญาณของความเสื่อม?

     คุณเคยรู้สึกไหมว่าเวลาลุกจากเก้าอี้ นั่งยอง หรืองอเข่า จะมีเสียง “กรึ๊บ” หรือ “ป๊อก” ดังขึ้นในข้อ? หลายคนอาจชินกับเสียงเหล่านี้โดยคิดว่า “เป็นเรื่องธรรมชาติ” แต่ความจริงคือ ไม่ใช่ทุกเสียงในข้อที่ “ปลอดภัย” และหลายกรณีก็เป็นสัญญาณของการเสื่อมที่กำลังคืบคลานมาเงียบ ๆ

เสียงในข้อเกิดจากอะไร?

     1.Cavitation (ฟองก๊าซระเบิดในน้ำข้อ)

  • เกิดจากฟองก๊าซไนโตรเจนที่สะสมในน้ำหล่อเลี้ยงข้อ เมื่อขยับอย่างรวดเร็วจะเกิดการแตกตัวเป็นเสียง “ป๊อก”
  • เป็นกลไกธรรมชาติ ไม่เป็นอันตราย และไม่ควรทำบ่อย

     2.เอ็นหรือเส้นเอ็นเคลื่อนไปโดนกระดูก

  • โดยเฉพาะบริเวณข้อเข่าหรือสะโพก เมื่อกล้ามเนื้อหรือเอ็นตึง
  • อาจรู้สึก “ดีด” หรือ “สะดุด” ร่วมกับเสียงดัง

     3.พื้นผิวข้อไม่เรียบจากกระดูกอ่อนสึก

  • พบในผู้ที่เริ่มมีภาวะข้อเสื่อม
  • เสียงจะเกิดบ่อยขึ้นและตามมาด้วยความรู้สึก “ขัด” หรือ “ฝืด”

แบบไหนที่เรียกว่า “เสียงในข้อที่ปกติ”?

  • เสียง “ป๊อก” เกิดขึ้นแบบเดี่ยว ๆ ไม่เจ็บ ไม่ฝืด ไม่ขัด
  • เกิดขณะขยับข้อแบบเฉียบพลัน เช่น บิดตัว งอเข่า ยืดข้อ
  • ไม่เกิดซ้ำ ๆ ที่เดิมบ่อย ๆ
  • ไม่มีอาการปวดร่วมด้วย

     เสียงลักษณะนี้มักมาจากฟองอากาศหรือการเคลื่อนตัวของเอ็นเล็กน้อย ไม่ต้องกังวล

แล้วแบบไหนที่ “ไม่ปกติ” และควรเริ่มระวัง?

  • มีเสียง “กรึ๊บ” หรือ “แกร๊ก” ซ้ำ ๆ บริเวณเดิม
  • เสียงเกิดร่วมกับความรู้สึกฝืด ขัด หรือปวดในข้อ
  • รู้สึกว่าข้อหลวม หรือเคลื่อนไหวไม่มั่นคง
  • เข่ามีลักษณะบวมตึง หรือร้อนแดง
  • ข้อมีเสียงทุกครั้งเมื่อเดิน ขยับ หรือขึ้นลงบันได

     อาการเหล่านี้มักเป็นสัญญาณเริ่มต้นของ “ข้อเข่าเสื่อม” หรือ “ภาวะกระดูกอ่อนบางลง” โดยเฉพาะเมื่อร่วมกับอายุที่มากขึ้น หรือมีน้ำหนักเกิน

ถ้ามีเสียงในข้อ ควรเริ่มดูแลอย่างไร?

  • อย่าบิดหรืองอข้อบ่อย ๆ เพื่อให้เกิดเสียง: เพราะอาจทำให้ข้อต่อเสื่อมไว
  • บริหารข้อเข่าเบา ๆ: เช่น ยืดกล้ามเนื้อรอบเข่า บริหารกล้ามเนื้อควอดริเซปส์
  • หลีกเลี่ยงการนั่งยอง นั่งพับเพียบ หรือขึ้นบันไดบ่อย
  • ควบคุมน้ำหนัก: ลดแรงกดที่เข่า ช่วยลดเสียงและแรงกระแทกในข้อ
  • เสริมด้วยคอลลาเจนเฉพาะสำหรับข้อเข่า: เช่น UC-II หรือคอลลาเจนไทพ์ 2 + สารต้านการอักเสบ

     เสียงในข้ออาจเป็นเรื่องธรรมชาติในบางกรณี แต่หากมีเสียงร่วมกับความรู้สึกปวด ขัด หรือฝืด ควรเริ่มใส่ใจดูแลสุขภาพข้อเข่าทันที เพราะนั่นคือ “สัญญาณเริ่มต้น” ของการเสื่อมที่ย้อนกลับได้ยาก

แนวทางดูแลข้อเข่าแบบองค์รวม – เริ่มต้นก่อนที่ทุกก้าวจะเจ็บปวด

      เมื่ออาการข้อฝืด เสียงดังในเข่า หรือความเจ็บเล็กน้อยเริ่มมาเยือน อย่ารอให้ถึงจุดที่ต้องใช้ไม้เท้าหรือเข้ารับการผ่าตัด เพราะการดูแลข้อเข่าไม่ใช่แค่ “การกินยา” แต่คือการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตในทุกมิติ หรือที่เราเรียกว่า “แนวทางแบบองค์รวม (Holistic Approach)” เพื่อดูแลทั้งข้อ กล้ามเนื้อ และสุขภาพร่างกายโดยรวม

1. โภชนาการเพื่อข้อเข่า – กินให้ถูกหลัก ไม่ใช่แค่เสริม

อาหารที่ควรทาน :

  • ปลาทะเลน้ำลึก: แหล่งกรดไขมันโอเมก้า-3 ลดการอักเสบ เช่น ปลาแซลมอน ซาร์ดีน
  • ผักผลไม้สีเข้ม: อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น เบอร์รี่ แครอท มะเขือเทศ
  • กระดูกอ่อนสัตว์ / น้ำซุปกระดูก: มีคอลลาเจนตามธรรมชาติ
  • โปรตีนคุณภาพ: เช่น ไข่ เต้าหู้ ถั่วเมล็ดแห้ง เพื่อซ่อมแซมเนื้อเยื่อ

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง :

  • น้ำตาลสูง / แป้งขัดขาว → กระตุ้นการอักเสบ
  • อาหารแปรรูป / ไส้กรอก / เนื้อแดง → เพิ่มสารอนุมูลอิสระ
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ → ลดการดูดซึมแคลเซียม

2. การออกกำลังกาย – ขยับให้เป็น ดูแลข้อให้ตรงจุด

  • ว่ายน้ำ: ลดแรงกระแทก 90% เหมาะกับผู้เริ่มมีข้อเสื่อม
  • เดินเร็ว: กระตุ้นเลือดไหลเวียน ลดตึงในข้อ
  • ปั่นจักรยานอากาศ: บริหารกล้ามเนื้อรอบเข่า
  • โยคะ/พิลาทิส: เพิ่มความยืดหยุ่นและสมดุลร่างกาย

***หลีกเลี่ยงการกระโดด วิ่งระยะไกล หรือนั่งพับเพียบเป็นเวลานาน

3. พฤติกรรมประจำวัน – แค่เปลี่ยนนิดเดียว ข้อก็ดีขึ้นได้

  • ลุก-นั่งให้ถูกท่า: ย่อตัวหลังตรง ใช้แรงขาจริง ไม่โน้มหน้า
  • เปลี่ยนท่านั่งทุก 30–60 นาที: ขยับขา เหยียด-งอเข่าเบา ๆ
  • ใช้หมอนรองเข่าเวลาเข้านอน: ลดแรงตึงขณะนอนตะแคง
  • สวมรองเท้าพื้นนุ่ม: ลดแรงกระแทกขณะเดิน

4. การเสริมสารอาหาร – เพิ่มพลังจากภายใน

     การเสริมสารอาหารเฉพาะที่มีงานวิจัยรองรับช่วยเสริมกระดูกอ่อน ลดการอักเสบ และฟื้นฟูข้อเข่า เช่น:

  • UC-II® (Undenatured Type II Collagen): คอลลาเจนชนิดไม่ผ่านความร้อน ช่วยปรับระบบภูมิคุ้มกันในข้อ ลดการอักเสบ
  • Collagen Type II (Hydrolyzed): ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อกระดูกอ่อน
  • Calcium + Vitamin D3: เสริมกระดูกให้แน่นแข็งแรง
  • สารต้านอักเสบธรรมชาติ: เช่น เมล็ดองุ่น เปลือกสน ขมิ้นชัน เมลอนฝรั่งเศส

***ควรเลือกสูตรที่ไม่มีน้ำตาล แป้ง สี กลิ่นสังเคราะห์ และดูดซึมง่าย

5. จิตใจและการพักผ่อน – ปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม

  • ความเครียดเรื้อรัง: กระตุ้นฮอร์โมนคอร์ติซอล ทำลายเนื้อเยื่อข้อ
  • นอนหลับไม่เพียงพอ: ทำให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเองได้น้อยลง
  • การฝึกสมาธิ / หายใจลึก: ช่วยให้กล้ามเนื้อรอบข้อผ่อนคลาย ลดการตึงและปวด

     การดูแลข้อเข่าแบบองค์รวม ไม่ใช่แค่การรักษา แต่คือการเปลี่ยน “วิธีใช้ชีวิต” ที่ทำให้ข้อดีขึ้นอย่างยั่งยืน

สรุป : อย่ารอให้ข้อเข่าเตือนแรงกว่านี้

     เสียง “ป๊อก กรึ๊บ” หรืออาการฝืดตึงเล็กน้อยในข้อเข่า อาจเป็นสัญญาณธรรมดาของร่างกายที่ใช้งานมาหลายปี  แต่เมื่ออาการเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ เจ็บมากขึ้น ขยับลำบาก หรือมีเสียงร่วมกับปวดขัด – นั่นไม่ใช่แค่ “ความเสื่อมตามวัย” อีกต่อไป แต่คือ “เสียงเตือน” ว่าร่างกายต้องการการดูแลอย่างเร่งด่วน

     การปล่อยให้อาการเล็ก ๆ กลายเป็นข้อเสื่อมเรื้อรัง จะนำไปสู่ภาวะที่ยากต่อการฟื้นฟู เช่น ข้อบวมเรื้อรัง ข้อโก่ง หรือแม้แต่การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมในอนาคต

     การดูแลข้อเข่าแบบองค์รวมจึงไม่ใช่แค่การรักษาเมื่อมีอาการ แต่คือ การป้องกันตั้งแต่วันนี้ ด้วยการ

  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  • ออกกำลังกายแบบ Low Impact
  • ปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • และเสริมด้วย “คอลลาเจนเฉพาะทาง” สำหรับกระดูกและข้อเข่า

     เพราะข้อเข่าไม่ใช่สิ่งที่เปลี่ยนได้ง่ายเมื่อเสียไป
แต่ถ้าเริ่มดูแลตอนนี้…ข้อเข่าของคุณอาจกลับมาแข็งแรงและเดินได้อย่างมั่นใจอีกครั้งในทุกก้าวของชีวิต

Share:

บทความที่เกี่ยวข้อง

คอลลาเจนช่วยผิวขาวจริงไหม? เข้าใจใหม่ก่อนเสียเงินฟรี

ความหวังเรื่องผิวขาว กับความจริงที่ควรรู้     ในยุคที่คำว่า “ผิวขาว” กลายเป็นหนึ่งในมาตรฐานความงามของสังคมไทย ผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่าทำให้ผิวขาวใสได้ในเวลาอันสั้นจึงขายดีเป็นเทน้ำเทท่า หนึ่งในนั้นคือ “คอลลาเจน” ซึ่งหลายแบรนด์โฆษณาว่าทานแล้วผิวจะขาว กระจ่างใส มีออร่า จนทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากเข้าใจว่า คอลลาเจน ...

เสียงดังในเข่า ปวดข้อ ฝืดตึง – แค่ข้อเข่าเสื่อมหรือสัญญาณของโรคอื่น? เจาะลึกปัญหาข้อเข่า พร้อมแนวทางดูแลแบบองค์รวม

เสียง “กรึ๊บ ๆ” เวลาลุกนั่ง คือเรื่องปกติ… หรือเป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม?      คุณเคยได้ยินเสียง “ลั่น” หรือ “ดังกรึ๊บ” จากเข่าหรือข้อต่อเวลาขยับร่างกายบ้างไหม? หลายคนอาจไม่ใส่ใจ คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาโดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น ...

คอลลาเจน Type II vs UC-II® ต่างกันยังไง? แบบไหนเวิร์กกว่ากัน?

เจาะลึกความต่างระหว่างคอลลาเจน Type II และ UC-II® – ถ้าอยากดูแลข้อเข่าให้ตรงจุด ต้องเข้าใจให้ลึกกว่าฉลาก      ในยุคที่คอลลาเจนกลายเป็นหนึ่งในอาหารเสริมยอดนิยมของคนรักสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มที่เริ่มมีอาการข้อฝืด เสียงดังในเข่า หรือรู้สึกตึงแข็งในข้อต่อเมื่ออายุมากขึ้น ชื่อของ ...

ปวดข้อ เดินแล้วขัด เสียงดังในเข่า – สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม และคอลลาเจนช่วยได้ยังไง

เมื่อข้อเข่าเริ่มส่งสัญญาณ “ขอความช่วยเหลือ” คุณเคยรู้สึกไหมว่า… เดินขึ้น-ลงบันไดแล้วเข่าขัดงอเข่าแล้วมีเสียงดัง “กร๊อบ” หรือรู้สึกตึง ๆ ที่ข้อเมื่อขยับตัวนาน ๆ? หลายคนมองข้ามอาการเล็กน้อยเหล่านี้เพราะคิดว่าเป็น “เรื่องธรรมดา” ของวัย หรือแค่เมื่อยล้าชั่วคราว แต่ในความเป็นจริงแล้ว…นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนสำคัญของ “ข้อเข่าเสื่อมระยะแรก” ...

คอลลาเจนคือโปรตีนชนิดไหน? เจาะลึกโครงสร้างคอลลาเจนระดับโมเลกุลที่คุณอาจไม่เคยรู้

หากพูดถึง “คอลลาเจน” เชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงความงาม ผิวพรรณใส หรืออาหารเสริมในรูปแบบผง เม็ด หรือกัมมี่ แต่ความจริงแล้ว คอลลาเจนไม่ได้เป็นเพียงไอเทมในวงการบิวตี้เท่านั้น — มันคือ “โปรตีนโครงสร้าง” ที่สำคัญที่สุดในร่างกายมนุษย์คอลลาเจนเป็นเหมือนโครงสร้างพื้นฐานที่ค้ำจุนร่างกาย ตั้งแต่ผิวหนัง กล้ามเนื้อ ...
Facebook
Twitter
Scroll to Top